ตรวจสอบและรับรองความปลอดภัย ระบบไฟฟ้า

ให้บริการงานด้านวิศวกรรม มากกว่า 10 ปี

บริษัท ซิมเพล็กซ์ บิสซิเนส จำกัด เริ่มก่อตั้งบริษัทเมื่อปี 2550 ให้บริการงานด้านวิศวกรรมมากกว่า 10 ปี พร้อมทั้งยินดีให้คำแนะนำและเป็นที่ปรึกษาในงานด้านวิศวกรรม

ให้บริการงานด้าน การตรวจสอบรับรองความปลอดภัยระบบไฟฟ้าประจำปีตามกฏหมาย โรงงานอุตสาหกรรม และอาคาร พร้อมเซ็นต์รับรองความปลอดภัย ตรวจสอบและบำรุงรักษาระบบไฟฟ้า และงานด้านวิศวกรรมอื่นๆ โดยทีมวิศวกรที่มีประสบการณ์ตรง

งานตรวจสอบและรับรองความปลอดภัยระบบไฟฟ้าประจำปีตามกฏหมาย

บริการตรวจสอบ และบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าประจำปีพร้อมจัดทำเอกสารและรับรองความปลอดภัย โดยทีมงานวิศวกรไฟฟ้า ระดับสามัญ ซึ่งเป็นผู้ชำนาญในการตรวจสอบโดยตรง ตามแบบฟอร์มการตรวจสอบของกรมโรงงานอุตสาหกรรมและกรมสวัสดิการคุ้มครองแรงงาน และนอกจากนี้ยังจัดทำรายงานข้อเสนอแนะ การแก้ปัญหาต่างๆ ของระบบไฟฟ้า เพื่อความปลอดภัยของโรงงานและอาคาร

การตรวจสอบรับรองความปลอดภัยระบบไฟฟ้าประจำปี

✓ ตรวจสอบจำหน่ายแรงสูง

✓ ตรวจสอบตู้ MDB

✓ ตรวจสอบตู้แผงวงจรย่อย

✓ ตรวจสอบค่าความต้านทานดิน ระบบป้องกันฟ้าผ่า

✓ ตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้า ภายในโรงงาน

✓ ตรวจสอบความสะอาดและการบำรุงรักษาตามหลักวิชาการ

งานบริการด้านวิศวกรรมไฟฟ้า 6 ประเภท

  1. งานตรวจสอบระบบไฟฟ้าในโรงงาน สถานประกอบการประจำปี

  2. งานตรวจสอบระบบไฟฟ้าด้วยกล้องถ่ายภาพความร้อน (Thermo Scan)

  3. รับรองแบบแปลนระบบไฟฟ้า Single line Diagram

  4. งานเขียนแบบแปลนระบบไฟฟ้า (AutoCAD)

  5. งานตรวจทดสอบ Air Circuit Breaker

  6. งานบำรุงรักษาระบบไฟฟ้า ซึ่งประกอบด้วย ระบบไฟฟ้าแรงสูง Drop Out Fuse ลูกถ้วย สวิทซ์เกียร์โหลดเบรกสวิทซ์, ระบบหม้อแปลงไฟฟ้าขนาด 100-3000 KVA, ระบบไฟฟ้าแรงต่ำตู้ MDB, Capacitor Bank, ตู้ย่อย DB LC

เพิ่มความมั่นใจในระบบไฟฟ้า เพื่อให้ท่านมั่นใจว่าระบบไฟฟ้าสามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เพิ่มผลผลิตและกำไรโดยไม่มีปัญหาการขัดข้องของระบบไฟฟ้า หากตรวจพบปัญหาจะสามารถแก้ไขได้ทันท่วงที ลดการสูญเสียในภายหลัง และเพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายที่ระบุว่าการตรวจสอบและบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าต้องกระทำทุกปี เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

งานบำรุงรักษาหม้อแปลงไฟฟ้าและระบบไฟฟ้า

การให้บริการบำรุงรักษาระบบไฟฟ้า (ประจำปี ): PM : ELECTRICAL SYSTEM PREVENTIVE MAINTENANCE ปัจจุบันปัญหาของระบบไฟฟ้าที่ขัดข้อง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการดำเนินงานขององค์กร หน่วยงานหรือ อาคาร และยังทำให้สูญเสียโอกาสในการแข่งขันเชิงธุรกิจ มักมีสาเหตุมาจากการขาดการวางแผนในการบำรุงรักษาระบบไฟฟ้าที่เหมาะสม ดังนั้นการบำรุงรักษาระบบไฟฟ้า ( Electrical System Preventive Maintenance ) จึงเป็นแนวทางที่จะช่วยรักษาความเสถียรภาพของระบบไฟฟ้าได้สูง

งานซ่อมแซมหลังเหตุขัดข้อง (Breakdown Maintenance หรือ BM)

เป็นการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าจนกระทั่งเกิดการขัดข้อง จึงจะดำเนินการซ่อมบำรุง ซึ่งการบำรุงรักษาหลังเกิดเหตุจะต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วนเพื่อลดการสูญเสีย

งานบำรุงรักษาเชิงแก้ไข (Corrective Maintenance)

เป็นการแก้ไขปรับปรุงอุปกรณ์ไฟฟ้า หรือดัดแปลงชิ้นส่วนอุปกรณ์ของอุปกรณ์ไฟฟ้าให้ดีขึ้นเพื่อลด หรือขจัดเหตุขัดข้องที่เกิดขึ้น

งานบำรุงรักษาโดยรวม (Total Productive Maintenance)

เป็นงานที่มีความสำคัญมาก เพราะอุปกรณ์ไฟฟ้าเปรียบเสมือนหัวใจหลักของโรงงาน หรือ อาคาร ในการดำเนินกิจการ ดั้งนั้น จึงจำเป็นต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างมืออาชีพ จากผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ ซึ่ง บริษัท Symplex Bussines จำกัด ได้นำกล้อง Thermo Scan ของ Fluke มาใช้ ซึ่งเป็นกล้องที่มีประสิทธิภาพสูงสุดและมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุด ณ ปัจจุบัน โดยสามารถตรวจเช็คอุปกรณ์ไฟฟ้า เพื่อตรวจสอบความสมบูรณ์ของ จุดต่อไฟฟ้าต่างๆ อุปกรณ์เปิด-ปิดไฟฟ้า สายไฟ ฟิวส์ คาปาซิเตอร์ มอเตอร์ ท่อเคมีต่างๆ และเตาหลอม เป็นต้น ซึ่งเป็นการตรวจวัดอุณหภูมิแบบไม่สัมผัสวัตถุแต่สามารถวัดอุณหภูมิได้ โดยจะมีภาพแสดงที่จอ LCD ของกล้องอินฟราเรด ทำให้สามารถพบจุดที่มีปัญหาและแก้ไขได้ทันที พร้อมทั้งยังสามารถบันทึกภาพเพื่อนำมาทำรายงานในการวิเคราะห์ปัญหาที่พบ เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในระบบไฟฟ้าและความสูญเสียเชิงธุรกิจ

งานบำรุงรักษาป้องกัน (Preventive Maintenance หรือ PM)

เป็นการบำรุงรักษาก่อนที่อุปกรณ์ไฟฟ้าจะเกิดการขัดข้องและมีการจัดทำ แผนงานตรวจสอบ และทดสอบอุปกรณ์เพื่อลดโอกาสอุปกรณ์ชำรุด ได้แก่ การทำความสะอาด การหล่อลื่น การตรวจสอบสภาพของอุปกรณ์ไฟฟ้า การทดสอบการทำงานของชุดป้องกัน เป็นต้น

งานบำรุงรักษาทวีผล (Productive Maintenance)

เป็นการผสมผสานระหว่างการบำรุงรักษาหลังเกิดเหตุกับการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน โดยพิจารณาถึงค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาในจุดที่เหมาะสม

งานทดสอบและบำรุงรักษาระบบไฟฟ้า (Test Commissioning and Preventive Maintenance)

ให้บริการทดสอบอุปกรณ์ และระบบไฟฟ้า ด้วยทีมงานที่ชำนาญการและมีประสบการณ์การทำงานสูง และบริการตรวจสอบ บำรุงรักษา อุปกรณ์ในระบบไฟฟ้าและระบบควบคุม ทั้งในระบบสถานีไฟฟ้าแรงสูงและแรงต่ำ ประเภท หม้อแปลงไฟฟ้ากำลัง (Power Transformer) อุปกรณ์ตัดตอนอัตโนมัติ (Circuit Breaker) สวิทช์ตัดตอน (Disconnection Switch) หม้อแปลงกระแสและแรงดัน (Current and voltage transformer) คาซิเตอร์ (Capacitor Bank) ตู้สวิทช์เกียร์ (MV Switchgear) อุปกรณ์ป้องกัน (Protectiove Relay) อุปกรณ์ไฟฟ้าอื่นๆ

งานตรวจสอบและรับรองการจัดการพลังงาน โรงงานควบคุมและอาคารควบคุม

บริการตรวจสอบและรับรองระบบการจัดการพลังงาน ตามประกาศกระทรวงพลังงาน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการดำเนินการจัดการพลังงานในโรงงานควบคุมและอาคารควบคุม พ.ศ.2552 พร้อมทั้งให้คำปรึกษาการจัดการพลังงานและแนวทางในการอนุรักษ์พลังงาน

งานตรวจสอบอาคารตามกรมโยธาธิการและผังเมือง

การตรวจสอบใหญ่

การตรวจสอบใหญ่เป็นการตรวจสอบอาคารและอุปกรณ์ประกอบอาคารครั้งแรก และทำการตรวจสอบใหญ่ทุกๆ 5 ปี อย่างน้อยต้องทำการตรวจในเรื่อง ดังต่อไปนี้

  • การตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงของอาคาร

  • การตรวจสอบระบบและอุปกรณ์ประกอบอาคาร

  • ระบบสุขอนามัย และสิ่งแวดล้อม

  • ระบบป้องกันและระงับอัคคีภัย

  • การตรวจสอบสมรรถนะของระบบและอุปกรณ์ต่างๆ ของอาคารเพื่ออพยพผู้ใช้อาคาร

  • การตรวจสอบระบบบริหารจัดการความปลอดภัยในอาคาร

การตรวจสอบประจำปี

การตรวจสอบประจำปีเป็นการตรวจสอบอาคารและอุปกรณ์ประกอบอาคาร ตามแผนการตรวจสอบอาคารและอุปกรณ์ประกอบอาคารของอาคารประจำปีที่ผู้ตรวจสอบจัดทำขึ้น คือ

  • แผนปฏิบัติการ การตรวจบำรุงรักษาอาคารและอุปกรณ์ประกอบอาคารรวมทั้งคู่มือปฏิบัติการตามแผนดังกล่าวให้แก่เจ้าของอาคาร เพื่อเป็นแนวทางการตรวจบำรุงรักษาและการบันทึกข้อมูลการตรวจบำรุงรักษา
  • แผนการตรวจสอบและอุปกรณ์ประกอบอาคารประจำปี รวมทั้งแนวทางการตรวจสอบตามแผนดังกล่าวให้แก่เจ้าของอาคาร เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบอาคารและอุปกรณ์ประกอบของอาคารประจำปี

งานทดสอบและติดตั้งระบบป้องกันอันตรายจากฟ้าผ่า

ระบบสายล่อฟ้า แบบกรงฟาราเดย์ (Faraday Cage) และระบบสายล่อฟ้า แบบ Early Streamer Emission (ESE)

ฟ้าผ่าเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติอย่างหนึ่ง ซึ่งจะผ่าที่ไหนเมื่อไหร่ไม่มีโอกาสรู้ล่วงหน้าได้เลย เมื่อเกิดฟ้าผ่ามักจะเกิดความเสียหายแก่สิ่งที่ถูกผ่า เช่น บ้านเรือนและสิ่งที่มีชีวิตที่อยู่ในบริเวณนั้น จากการค้นพบของเบนจามิน แฟรงคลิน (Benjamin Franklin) ในปี 1706-1790 นั้น ทำให้มนุษย์สามารถที่จะเอาชนะธรรมชาติบางอย่างได้ แต่การเกิดฟ้าผ่าตามธรรมชาตินั้นเราไม่อาจที่จะห้ามได้ ดังนั้นการป้องกันอันตรายจากฟ้าผ่านั้นสามารถทำได้ หากมีระบบสายล่อฟ้าที่ดีเพื่อล่อให้ฟ้าผ่าลงบนสายล่อฟ้าที่จัดทำไว้ หากมีฟ้าผ่าเกิดขึ้นในบริเวณนั้นกระแสจำนวนมากจากฟ้าผ่าที่เกิดจากการคายประจุจากก้อนเมฆจึงวิ่งลงสู่พื้นโลกได้สะดวก และรวดเร็วไม่เกิดความเสียหาย

หัวล่อฟ้า ดักจับ และรับประจุฟ้าผ่าไม่ให้เกิดความเสียหายต่อสิ่งที่เราต้องการป้องกัน และนำส่งพลังงานประจุฟ้าผ่าส่งต่อให้ตัวนำลงดินต่อไป คุณสมบัติที่ดีของหัวล่อฟ้ามีดังนี้

  • เป็นโลหะที่มีค่าความนำไฟฟ้าที่ดี เนื่องจากมีกระแสไฟฟ้าจำนวนมากไหลผ่านในขณะเกิดฟ้าผ่า
  • มีความคงทนสูงต่อการกัดกร่อนต่อสภาพสิ่งแวดล้อม สารเคมี เพื่ออายุการใช้งานที่ยาวนาน และไม่ยุ่งยากในการดูแลรักษาเนื่องจากอุปกรณ์ถูกติดตั้งอยู่บนที่สูง
  • มีพื้นผิวที่ลื้น และมันวาวเนื่องจากประจุฟ้าผ่าเป็นพลังงานไฟฟ้าที่มีความถี่สูงเส้นทางของพลังงานจะเกิดขึ้นบริเวณพื้นผิวของตัวนำมากกว่าภายในของวัสดุ

ตัวนำลงดิน ทำหน้าที่รับพลังงานไฟฟ้าสูงต่อจากหัวล่อฟ้าส่งผ่านลงดินได้อย่างปลอดภัยควรคำนึงถึง

  • ขนาด และชนิดของสายตัวนำลงดินให้เหมาะสมกับชนิด และปริมาณของระบบป้องกันฟ้าผ่า

  • มีความต่อเนื่องทางไฟฟ้าควรมีจุดต่อน้อยที่สุด ระยะสายสั้นที่สุด

  • จุดโค้งจะต้องมีรัศมีในมุมป้านไม่น้อยกว่า 50 เซ็นติเมตร อยู่ห่างจากระบบไฟฟ้าหรือโครงสร้างอย่างน้อย 20 เซ็นติเมตร เพื่อป้องกันปัญหาการเหนี่ยวนำทางไฟฟ้า

  • ในบริเวณที่คนสามารถจับสัมผัสได้จะต้องมีฉนวนไฟฟ้าห่อหุ่มสายนำลงดินเพื่อป้องกันอันตรายในกรณีระบบกราวด์ชำรุด

ระบบกราวด์ไฟฟ้า หน้าที่หลักคือกระจายพลังงานไฟฟ้าที่เกิดจากฟ้าผ่าลงดินให้มาก และเร็วที่สุดกราวด์ที่ดีควรมีคุณสมบัติดังนี้

  • ค่าความต้านทานทางไฟฟ้าที่ต่ำ ซึ่งค่าความต้านทานดังกล่าวเป็นเพียงค่าแนะนำทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสภาพสิ่งแวดล้อม และลักษณะของงานที่ใช้

  • มีค่าความต้านทานคงที่แม้จะผ่านช่วงฤดูที่แตกต่างกัน

  • วัสดุที่นำมาทำระบบกราวด์จะต้องมีความคงทนแข็งแรงต่อการกัดกร่อนสูง ควรทำการติดตั้ง Ground Test Box หรือจุดทดสอบวัดค่าความต้านทานได้โดยง่าย

งานตรวจวัดและติดตั้งระบบกราวด์

การออกแบบระบบกราวด์

การออกแบบระบบกราวด์จะต้องพิจารณาว่าอะไรบ้างที่มีผลต่อค่าความต้านทานดิน ซึ่งได้แก่ ความยาวและความลึกของแท่งกราวด์ไฟฟ้า, เส้นผ่านศูนย์กลางของแท่งกราวด์ไฟฟ้า, จำนวนแท่งกราวด์ไฟฟ้า และรูปแบบการติดตั้งแท่งกราวด์ไฟฟ้า

การวัดและทดสอบค่าความต้านทานดิน

การวัดค่าความต้านทานดินแบบใช้หลัก

คือการตอกหลักที่เป็นแท่งโลหะขนานไปที่แท่งกราวด์ไฟฟ้าเพื่อให้เกิดลูปของไฟฟ้า เครื่องทดสอบความต้านทานดินจะปล่อยแรงดันและกระแสคงที่มาค่าหนึ่งไปที่ลูปไฟฟ้านั้นแล้วคำนวณกลับออกมาเป็นค่าความต้านทาน การวัดค่าความต้านทานดินแบบใช้หลัก สามารถทำได้ทั้งแบบ 2 สาย, 3 สาย และ 4 สาย เนื่องจากการวัดค่าความต้านทานดินแบบใช้หลัก จำเป็นที่ต้องมีการตอกแท่งหลักที่เป็นโลหะลงไปในดิน ดังนั้นการทดสอบวิธีนี้จึงเหมาะกับการใช้ออกแบบติดตั้งระบบใหม่ หรือมีพื้นที่เหมาะสมในการปฏิบัติงาน

การวัดค่าความต้านทานดินแบบใช้แคล้มป์

เหมาะกับการวัดและทดสอบค่าความต้านทานดินในงานซ่อมบำรุง เมื่อใช้วิธีนี้จะเป็นการตัดขั้นตอนความยุ่งยากในการตอกหลักที่เป็นแท่งโลหะออกไป สามารถทำได้โดยง่ายเพียงแค่คล้องแคล้มป์ไปที่สายกราวด์ ภายในของแคล้มป์วัดความต้านทานดิน จะประกอบด้วยขดลวด CT 2 ชุด คือ CT1 กับ CT2 CT1 จะทำหน้าที่ป้อนกระแสไฟฟ้าเข้าไปในวงจรของกราวด์โดยใช้วิธีการเหนี่ยวนำ และเมื่อเกิดกระแสไฟไหลในวงจรกราวด์ CT2 ก็จะทำหน้าที่ตรวจจับการไหลของกระแสไฟฟ้าดังกล่าวและเครื่องจะคำนวณเป็นค่าความต้านทานดินของระบบกราวด์นั้น พร้อมแสดงผลที่หน้าจอ แต่ข้อจำกัดของวิธีการวัดแบบนี้คือ ระบบกราวด์ที่ทำการทดสอบจะต้องเป็นระบบกราวด์แบบหลายจุด (มีกราวด์ลูป) ถึงจะทำการทดสอบได้

งานตรวจสอบและรับรองเครนตามกฎหมาย

บริการตรวจสอบและรับรองเครนเพื่อให้เครน ปั้นจั่น อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานได้อย่างปลอดภัยตามกฎหมาย พร้อมทั้งทำการทดสอบการยก (Load test) และรับรองโดยวิศวกรเครื่องกลตามที่กฎหมายกำหนด

ติดต่อเรา

บริษัท ซิมเพล็กซ์ บิสซิเนส จำกัด (Symplex Business Co., Ltd.)

เลขประจำตัวผู้เสียภาษี 0125550044331

เลขที่ 9 ซอยพงษ์สวัสดิ์1 ถนนสนามบินน้ำ ตำบลท่าทราย อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี 11000

โทร : 02-950-1799, 081-834-5019, 084-701-7887 แฟกซ์: 02-588-3230

อีเมล: suthep@symplex.co.th, suthep79@gmail.com